อังกฤษ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 


 
 
โรงพยาบาลวิชัยยุทธเป็นโรงพยาบาลเอกชนชนิดรักษาโรคทั่วไปทุกชนิด (General Hospital) แห่งแรกในกรุงเทพฯ ที่ไม่ได้เป็นขององค์การทางศาสนา ได้เปิดทำการ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2512 โดยเริ่มจาก วิชัยยุทธคลินิค มีเตียงผู้ป่วย 10 เตียง ห้องตรวจโรค 5 ห้อง พร้อมห้องผ่าตัดและห้องคลอด ใช้ชื่อว่า "วิชัยยุทธคลินิค" มีแพทย์ผู้ก่อตั้ง 7 ท่าน ได้แก่ นายแพทย์เสริมศักดิ์ เพ็ญชาติ (สูตินารีแพทย์) , นายแพทย์บุญเกตุ เหล่าวานิช (ศัลยแพทย์), นายแพทย์อัศวิน เทพาคำ (โสต ศอ นาสิกแพทย์) , นายแพทย์สมพนธ์ บุณยคุปต์ (อายุรแพทย์), นายแพทย์ประดิษฐ์ เจริญไทยทวี (วิสัญญีแพทย์) , นายแพทย์เชาวลิต ปรียาสมบัติ (กุมารแพทย์) และนายแพทย์ธำรงรัตน์ แก้วกาญจน์ (ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ)

โดยมี คุณรังษี รัตนปราการ เป็นกรรมการผู้จัดการ ได้ร่วมทุนกันก่อสร้างเป็นสถานพยาบาล โดยได้รับการสนับสนุนด้านที่ดิน และเงินทุนรวมทั้งในการก่อตั้งและการสร้างจาก คุณสมพร บุณยคุปต์ ได้ตั้งชื่อสถานพยาบาลตามชื่อท่านเจ้าของที่ดินที่ล่วงลับไปแล้ว คือ "พลโทพระวิชัยยุทธเดชาคนี"

หลังจากนั้น 9 ปี ได้เพิ่มทุนเป็น 20 ล้านบาท จดทะเบียนเป็นบริษัท วิชัยยุทธ จำกัด เมื่อปี พ.ศ.2522 โดยได้สร้างอาคารที่สอง เพิ่มเตียงผู้ป่วยอีก 50 เตียง รวมเป็น 60 เตียง เปลี่ยนชื่อเป็นโรงพยาบาลวิชัยยุทธ การเพิ่มทุนครั้งนั้น ได้รับการสนับสนุนจากบรรดาแพทย์ ที่มาร่วมลงทุนและร่วมรักษาผู้ป่วยเพิ่มขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากผู้ป่วยและญาติมิตรที่ใช้บริการอยู่แล้วเต็มใจซื้อหุ้น นอกจากนี้ โรงพยาบาลได้รับความช่วยเหลือบริจาคทรัพย์ และสิ่งของจากผู้ถือหุ้น อาทิเช่น คุณศิริชัย บุลกุล ให้ยืมเงิน 5 ล้านบาทโดยไม่คิดดอกเบี้ย ในช่วงที่เงินตึง คุณจำเนียร เสมรสุต บริจาครถพยาบาลหนึ่งคัน คุณกรและท่านผู้หญิงนิรมล สุริยสัตย์ บริจาคตู้เย็น และโทรทัศน์ให้ทุกห้อง เป็นต้น ผู้ป่วยได้เพิ่มขึ้นตามลำดับ โดยโรงยาบาลได้ยึดหลัก "การแพทย์เพื่อคุณภาพ" จึงได้รับความพอใจ และมั่นใจในมาตรฐานการดูแลักษา เรียกตามสำนวนว่าเป็น โรงพยาบาล "จิ๋วแต่แจ๋ว" จึงทำให้ฐานะของโรงพยาบาลมั่นคงขึ้น ชื่อเสียงเริ่มกระจายออกไป จนห้องตรวจและเตียงผู้ป่วยไม่เพียงพอแก่ความต้องการ จึงได้เพิ่มทุน 1,150 ล้านบาทในปี พ.ศ.2539 และ ได้สร้างตึกใหม่สูง 21 ชั้น เป็นอาคาร วิชัยยุทธเหนือ ทำให้มีเตียงรวมทั้งส้ิน 350 เตียง และขณะนี้ในปี พ.ศ.2547 ทางโรงพยาบาลกำลังก่อสร้าง "ศูนย์การแพทย์วิชัยยุทธ" สูง 23 ชั้น ซึ่งตั้งอยู่ ณ ถนนเศรษฐศิริเยื้องกับตึกแรกอาคารวิชัยยุทธใต้ มีพื้นที่ใช้สอย 57,000 ตารางเมตร สร้างสูง 23 ชั้น จอดรถได้ 500 คัน ชั้นที่ 23 เป็นที่ลงเฮลิคอปเตอร์ ศูนย์การแพทย์วิชัยยุทธ จะเน้นด้านการบริการผู้ป่วยนอกสำหรับระบบเฉพาะโรคต่างๆ
ที่เป็นปัญหาสำคัญ มีห้องตรวจโรคมากกว่า 75 ห้อง และมี Ambulatory Care และมีเตียงผู้ป่วยในเพิ่มอีก 100ห้อง มีห้องประชุมใหญ่สำหรับจุผู้เข้าประชุม ได้ 1,000 ที่นั่งสำหรับกิจกรรมต่างๆของโรงพยาบาล และวงการแพทย์

ทางโรงพยาบาลได้ยึดมั่นในหลักการการรักษาที่มีคุณภาพและมาตรฐาน ได้จัดให้มีการประชุมวิชาการแพทย์ให้แก่่แพทย์และพยาบาลอย่างต่อเนื่องทุกเดือน เช่น การบรรยายทางวิชาการ Journal Club, Mortality Conference การนำผู้ป่วยที่มีปัญหาซับซ้อนในการวินิจฉัยดูแลรักษาหรือเป็นตัวอย่างบทเรียนสำหรับแพทย์ ศึกษา โดยผู้ป่วยทุกรายจะได้รับการดูแลติดตามผลการรักษาโดยกลุ่มแพทย์ผู้บริหารและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีการประชุมการใช้ยาในโรงพยาบาล การประชุมมาตรฐานคุณภาพโรงพยาบาล การประชุมโรคติดเชื้อร่วมกับโรงพยาบาลรามาธิบดี การประชุมอบรมโรคทางเดินอาหารกับสมาคมโรคทางเดินอาหารแห่งประเทศไทย เป็นต้น โรงพยาบาลวิชัยยุทธเป็นสถาบันหลัก ที่ได้รับการรับรองจากแพทย์สภาและสภาการพยาบาลให้เป็น สถาบันสมทบในการศึกษาต่อเนื่องของแพทย์และพยาบาล โดยผู้เข้าอบรมจะได้รับเครดิตอย่างเป็นทางการ ทุกปีได้จัดให้มีการประชุมวิชาการประจำปีเป็นเวลา 3 วัน สำหรับแพทย์จากโรงพยาบาลอื่นทั่วประเทศเข้าอบรม รวมทั้งจัดประชุมวิชาการพยาบาลทั่วประเทศอีกด้วย

ทางโรงพยาบาลมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในระบบวิชาต่างๆ และประสบการณ์จากต่างประเทศทุกสาขาวิชากว่า 200 ท่าน และมีเจ้าหน้าที่ 1,167 คน และด้วยการรักษาที่มีคุณธรรมและจริยธรรม เป็นที่ยกย่องของผู้ป่วยที่มารักษาพยาบาล ทางโรงพยาบาลวิชัยยุทธจึงได้ขอพระราชทานตราตั้ง เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2537 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานตราตั้ง "ครุฑพ่าห์" ให้แก่ บริษัท
วิชัยยุทธ จำกัด ตั้งแต่วันที่ 24 พฤษาคม 2547 จึงเป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรก และแห่งเดียวในขณะนี้ที่ได้รับพระราชทานตราตั้งอันมีเกียรติยิ่งนี้ ถือได้ว่าเป็นบริษัทในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งบรรดาแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ ทุกคนจะยึดมั่นในมาตรฐานทางการแพทย์ และจริยธรรมในการให้บริการตลอดไป